OLYMPUS DIGITAL CAMERA

บ้านสะเทินน้ำสะเทินบก โดยคนไทย เพื่อคนไทย

Architecture

บทความข้างล่างนี้ ถูกเขียนขึ้นโดยนักเขียน/สถาปนิกท่านหนึ่ง เมื่ิอต้นปี 2554 ซึ่งนักเขียนท่านนี้ได้เคยนำเสนอบทความนี้ให้กับหนังสือพิมพ์หลายฉบับ แต่ก็ไม่มีหนังสือพิมพ์ฉบับไหนให้ความสนใจกับบทความนี้ ผมจึงได้ขออนุญาตนำบทความจากท่านนั้นมาใส่ไว้ใน ณ ที่นี้ครับ

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

ในช่วงเพียงทศวรรษที่ผ่านมา ประเทศไทยของเราประสบกับเหตุการณ์น้ำท่วมอย่างรุนแรงในหลายๆภูมิภาค ส่งผลให้เกิดความเสียหายอย่างรุนแรงต่อชีวิต สภาพจิตใจและทรัพย์สินของผู้คนในพื้นที่ประสบภัย และระบอบเศรษฐกิจของประเทศอย่างประเมินค่าไม่ได้ ตามที่เป็นข่าวให้ติดตามกันในชั่วระยะเวลาไม่กี่เดือนที่ผ่านมา

จากเหตุภัยพิบัติที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าส่งผลให้เกิดการตั้งคำถามจากผู้คนใน สังคมถึงความเป็นอยู่ของผู้คนในพื้นที่ที่เกิดอุทกภัย ว่าเราจะหลีกเลี่ยงหรือปรับตัวเช่นไรให้เกิดความเหมาะสมและพร้อมรับมือกับ สถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นอย่างฉับพลันในพื้นที่เสี่ยงภัย คำถามดังกล่าวทำให้หลายคนอาจจะคิดถึงการวางแผนการอยู่อาศัย แต่ก็ได้แต่ทำใจและคิดว่ามันเป็นสิ่งที่ไม่มีทางเกิดขึ้น เพราะคงเป็นไปได้ยากเนื่องจากภัยพิบัติเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกระทันหัน

แต่ถ้าหากเราลองดูตัวอย่างในประเทศต่างๆ โดยเฉพาะประเทศเนเธอแลนด์เป็นตัวอย่างที่ชัดเจน ที่พวกเขาได้สร้างรูปแบบบ้านที่รองรับสภาวะน้ำท่วม เนื่องจากประเทศเนเธอ แลนด์มีระดับพื้นดินที่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลซึ่งคงเคยผ่านตาหลายๆคนจากสื่อ ต่างๆอันเนื่องมาจากกระเเสตื่นตูมน้ำท่วมโลกของคนไทยมาไม่มากก็น้อย ตัวอย่างนี้แสดงให้เห็นว่าการออกแบบที่คำนึงถึงสภาพในอนาคตมีความเป็นไปได้ อย่างน้อยก็อาจจะช่วยบรรเทาเหตุการณ์เลวร้ายๆต่างๆได้ไม่มากก็น้อย เข้าทำนองกันไว้ดีกว่าแก้

เมื่อ อ่านมาถึงตรงนี้หลายคนอาจตั้งคำถามว่า สถาปนิกในประเทศไทยผู้มีบทบาทโดยตรงในการออกแบบก่อสร้าง ทำไมถึงไม่ลองคิดออกแบบรูปแบบที่อยู่อาศัยที่มีสภาวะเหมาะสมกับเหตุการณ์น้ำ ท่วมในประเทศไทยบ้าง

คำถาม นี้คงเป็นคำถามเดียวกันที่เกิดขึ้นกับ คุณชุตยาเวศ สินธุพันธุ์ เป็นสถาปนิกหนึ่งในผู้ที่ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว จึงได้ร่วมมือกับทีมสถาปนิก นักวิจัยทางสถาปัตยกรรม และวิศวกร เพื่อระดมสมอง โดยตั้งคำถามและออกแบบจนสำเร็จเป็นแนวคิดผลงาน “บ้านสะเทินน้ำสะเทินบก” (Amphibious House) ที่เหมาะสมกับสภาพของรูปแบบการใช้ชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน

“เราเองเป็นสถาปนิก เป็นนักคิด ทำไมเราจะมัวนิ่งเฉย ไม่ลงมือทำอะไรเพื่อชั่วเหลือคนไทยด้วยกัน” เป็นคำพูดของ คุณชุตยาเวศ สถาปนิกหนุ่มไฟแรงผู้ที่พยายามบอกทุกคนว่าเขาเป็น Re-Thinker ไม่ใช่สถาปนิกทั่วไปที่ออกแบบแต่สิ่งสวยงามเป็นพื้นฐาน

“ก่อน อื่นเราคงต้องยอมรับว่าผู้คนในสังคมไทยในปัจจุบัน ได้ยอมรับและเคยชินกับการอยู่อาศัยบนบ้านที่อยู่ในระดับดิน ซึ่งเป็นผลมาจากเราได้รูปแบบการเดินทางและคมนาคมทางถนนซึ่งเป็นการเดินทาง แบบตะวันตกเข้ามาตั้งเเต่ครั้งการตัดถนนเจริญกรุง ในสมัยของรัชกาลที่ 4 ทำให้ คนไทยเรายึดรูปแบบการอยู่อาศัยบนพื้นดินนับแต่นั้นมา ซึ่งแตกต่างโดยสิ้นเชิงกับการอยู่อาศัยของคนไทยในสมัยก่อน ที่รับรู้กันว่า เมืองไทยเป็นเมืองน้ำ ด้วยพื้นที่ที่มีลักษณะราบลุ่มทำให้น้ำท่วมถึงตลอดปี ทำให้พื้นดินมีแร่ธาตุที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการเพาะปลูก จึงทำให้ได้รัับการกล่าวขานว่า เมืองไทยเป็นเมืองอู่ข้าวอู่น้ำที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งจากภูมิปัญญาพื้นถิ่นของคนไทยในสมัยก่อน พวกเขาเข้าใจถึงสภาพเเวดล้อม และความเป็นไปของธรรมชาติอย่างเเท้จริง พวกเขาน้อมรับมันและปรับตัวเข้ากับการอยู่อาศัยได้อย่างลงตัว” คุณชุตยาเวศกล่าว

บ้าน ท่าขนอน จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นชุมชนพื้นบ้านที่ในอดีต ได้สร้างรูปแบบการอยู่อาศัยที่มีลักษณะสะเทินน้ำสะเทินบกกล่าวคือตัวบ้าน เรือจะสร้างอยู่บนแพ เมื่อน้ำท่วมบ้านก็จะถูกยกขึ้นลอยขึ้นไปเหนือระดับน้ำ ทำให้ผู้คนสามารถใช้ชีวิตภายในบ้านได้อย่างไม่ได้รับอันตราย แต่ปัจจุบัน รูปแบบการอยู่อาศัยเหล่านั้นได้สูญหายไปหมดเเล้ว เนื่องจากการรับรูปแบบการอยู่อาศัยบนพื้นดิน

ด้วย “รากทางความคิดดังกล่าว” จึงทำให้ คุณชุตยาเวศ และทีมงานได้ร่วมมือกัน ขุดไอเดียดังกล่าว สร้างรูปแบบการอยู่อาศัยที่เหมาะสมกับสภาวะน้ำท่วม โดยปรับรูปแบบให้สอดคล้องกับชีวิตร่วมสมัยมากขึ้นและใช้เทคโนโลยีการ ก่อสร้างในรูปแบบอุตสาหกรรมมามีส่วนช่วยให้การก่อสร้างมีความรวดเร็วเเละ ควบคุมคุณภาพได้ดีมากยิ่งขึ้น

บ้านสะเทินน้ำสะเทินบกมองภายนอกก็เป็นเหมือนบ้านที่สามารถอยู่อาศัยบนพื้นดินได้ อย่างปกติ ตอบรับกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนในปัจจุบัน แต่สิ่งที่แตกต่างก็คือ ใต้อาคารได้สร้างระบบฐานรากหลุม (ditch) โดย ซ่อนระบบทุ่นเหล็กไว้ใต้อาคาร ซึ่งเมื่อเกิดสภาวะน้ำท่วมน้ำ น้ำจะไหลลงไปในหลุมเพื่อดันระบบทุ่นใต้อาคารให้ลอยสูงชึ้น ทำให้บ้านลอยน้ำขึ้นมานั่นเอง ในขณะเดียวกันเมื่อตัวบ้านลอยเหนือระดับน้ำ ระบบเสาที่ซ่อนอยู่ภายในเสาโครงสร้าง หรือเสาประคอง จะมีหน้าที่ยึดตำแหน่งของบ้านให้ลอยขึ้นสูงในแนวแกนแนวตั้งเท่านั้น ทำให้ตัวบ้านไม่ลอยไปที่อื่น ซึ่งเสาประคองได้ออกแบบรองรับให้สามารถลอยขึ้นเหนือระดับน้ำท่วมถึง 3 เมตร ซึ่งเป็นระดับน้ำท่วมที่ถือว่ารุนเเรงที่สุด ตามสถิติของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย นอกจากนั้น ระบบประคองยังมีระบบสายเคเบิ้ลสำรองสำหรับกรณีที่น้ำท่วมสูงมากเกินกว่า ระดับปกติด้วย

เมื่อ ติดตามถึงตรงนี้ หลายคนคงตั้งคำถามต่อมา ถึงการอยู่อาศัยซึ่งถ้าหากต้องอยู่ในสภาวะน้ำท่วม เป็นระยเวลานานนับเดือนจะสามารถใช้ชีวิตอยู่ในบ้านนี้ได้อย่างไร

“ในสภาวะปกติบ้านหลังนี้สามารถเชื่อมต่อกับไฟฟ้าหลักได้โดยตรง แต่เมื่อเกิดสภาวะน้ำท่วมอย่างรุนเเรงจนทำให้จำเป็นต้องตัดกระเเสไฟฟ้าหลัก ภายในบ้านก็ยังสามารถใช้พลังงานกระเเสไฟฟ้าได้จากไฟฟ้าที่ผลิตได้จาก แผงเซลล์สุริยะ (Solar Cell) และระบบกังหันลม ซึ่งจะถูกเก็บเป็นพลังงานไว้ในรูปแบบของแบตเตอรี่ (Battery) จำนวน 6 ก้อน ที่ถูกติดตั้งอยู่ภายใน เพื่อรองรับการอยู่อาศัยของทุกคนในบ้าน นอกจากนี้เรายังมีถังน้ำสำรอง ระบบกักเก็บน้ำฝน ระบบบำบัดน้ำเสียยามฉุกเฉิน และพื้นที่สำหรับกักตุนอาหารไว้บริโภคในยามเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมด้วยอีกเช่น กัน ซึ่งรองรับเพียงพอต่อการอยู่อาศัยในพื้นที่อุทกภัยในระยะเวลาถึง 1 เดือน ซึ่งสามารถใช้ชีวิตอยู่ได้ก่อนหน่วยงานจากองค์กรภายนอกจะสามารถเข้าไปช่วยเหลือในพื้นที่ประสบภัยได้นั่นเอง”

สำหรับ การก่อสร้างทางสถาปนิกผู้ออกแบบก็ได้คำนึงถึงวิธีการก่อสร้างที่รวดเร็ว ที่สุด ประหยัดเวลา และการลงทุน โดยใช้วิธีการก่อสร้างกึ่งสำเร็จรูปจากโรงงานและนำไปประกอบยังพื้นที่เสี่ยงภัย

“ในส่วนของการก่อสร้างเราได้เลือกใช้วิธีระบบ Prefabrication ซึ่ง เป็นรูปแบบกึ่งสำเร็จรูปกล่าวคือการก่อสร้างองค์ประกอบของอาคารทั้งหมดจาก โรงงานแล้วนำไปติดตั้งในพื้นที่ ซึ่งข้อดีของระบบนี้คือสามารถนำไปติดตั้งในพื้นที่เสี่ยงภัยได้อย่างรวดเร็ว และควบคุมคุณภาพให้งานผลิตมีคุณภาพได้”

ใน เวลานี้การออกแบบ “บ้านสะเทินน้ำสะเทินบก” ได้ถูกออกแบบมาสองประเภท เพื่อรองรับการอยู่อาศัยของครอบครัวไทย ขนาดเล็ก รองรับผู้อยู่อาศัย 3-4 คน และขนาดกลาง รองรับผู้อยู่อาศัย 6-8 คน โดยการออกแบบคำนึงถึงความยืดหยุ่นในการใช้งาน ผู้อยู่อาศัยสามารถปรับใช้พื้นที่ภายในให้เหมาะสมกับความต้องการของแต่ละ ครอบครัว รวมไปถึงสามารถปรับใช้พื้นที่บางส่วนของบ้านให้เป็นพื้นที่เชิงพานิชย์ หรือเพื่อการใช้ประโยชน์ในการประกอบอาชีพที่เหมาะสมกันไปตามแต่ละครอบครัว

ทางทีมสถาปนิกผู้ออกแบบยังได้เสนอถึงวิสัยทัศน์ ที่สามารถพัฒนาต่อไปได้ในอนาคต โดยได้ออกแบบและเตรียมการวางผังที่จะสร้างชุมชนลอยน้ำ-สะเทินน้ำสะเทินบก (Amphibious Village) ที่ เหมาะสมกับประเทศไทยอย่างแท้จริง กล่าวคือทีมออกแบบยังได้พยายามทดลองออกแบบ อาคารประเภทอื่นๆ ให้สามารถลอยน้ำได้ ไม่ว่าจะเป็น อาคารพานิชย์ขนาดเล็กและขนาดใหญ่ อาคารสาธารณะหรือศาลาประชาคม และพื้นที่สาธารณะ (Public Space) ต่างๆ ที่จะช่วยสนับสนุนการอยู่อาศัยแบบชุมชนให้สมบูรณ์แบบ และตอบสนองการอยู่อาศัยของสังคมยุคปัจจุบันโดยที่อาคารเหล่านี้สามารถที่จะ ใช้ประโยชน์ในสภาวะปกติได้อย่างเป็นปกติและในขณะเดียวกันอาคารสาธารณะหลัง นี้สามารถปรับเปลี่ยน (Convert) เป็นพื้นที่รองรับการช่วยเหลือจากหน่วยงานภายนอกหรือเป็นศูนย์การแพทย์ฉุกเฉินในสภาวะน้ำท่วมได้อีกด้วยเช่นกัน

“สำหรับ การวางผังชุมชนเรายังคำนึงถึงการใช้งานยามเกิดเหตุอุทกภัยการช่วยเหลือที่ สามารถทำได้เป็นระบบมากกว่าชุมชนทั่วๆไป กล่าวคือการจัดผังเป็นชุมชนแบบกลุ่ม (Cluster) จะ ช่วยให้การช่วยเหลือยามเกิดอุทกภัยเป็นไปอย่างมีระบบระเบียบมากขึ้นหากเทียบ กับชุมชนไทยในปัจจุบันที่มีไม่มีการวางผังรองรับ อยู่อาศัยกันตามความต้องการ และในขณะเดียวกันเรายังพยายามที่จะเชื่อมชุมชนเหล่านี้เข้ากับ สถานีอนามัย สถานีตำรวจ โรงเรียน วัด และระบบโครงสร้างของเมือง (Infrastructure) ซึ่ง โดยปกติเป็นอาคารสองถึงสามชั้น ซึ่งสูงกว่าระดับน้ำท่วมถึงซึ่งหากน้ำท่วม ก็ยังสามารถใช้งานบนพื้นที่ชั้นสองหรือสามได้ยามเกิดเหตุน้ำท่วม” สถาปนิกกล่าวเสริม

หลาย คนเมื่อติดตามถึงตรงนี้อาจนึกสงสัยถึงงบประมาณเราจึงได้สอบถามคุณชุตยาเวศ ถึงราคาค่าก่อสร้างทั้งหมดว่าพอมีโอกาสได้ครอบครองหรือไม่

“ราคาค่าก่อสร้างของบ้านลอยน้ำทั้งสองหลังเป็นราคาที่สมเหตุสมผล เริ่มต้นที่ประมาณ 500,000 บาท แต่ถ้าหากภาครัฐหรือเอกชนให้การสนับสนุนมากขึ้น รวมถึงการส่งเสริมการก่อสร้างให้เป็นระบบอุตสาหกรรม ก็จะยิ่งลดค่าใช้จ่าย และเพิ่มทางเลือกให้กับประชาชนมากยิ่งขึ้น”

นาทีนี้คงอาจกล่าวได้ว่า ในขณะที่ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองยังคงสร้างสีสันสงครามน้ำลายเลือกตั้งกันอยู่ อย่างน้อยก็ยังมีผู้คนที่คิดดีในสังคมและลงมือทำด้วยความจริงใจโดยไม่ได้ คำนึงถึงผลกำไรตอบแทน และอีกประเด็นที่สำคัญก็คือ การออกแบบบ้านสะเทินน้ำสะเทินบกนี้ อาจเป็นผลงานชิ้นหนึ่งที่เปิดโลกทัศน์ของสถาปนิกทั่วไปในการออกแบบ ให้พวกเขาได้รับรู้ว่า งานออกแบบยังมีมากกว่าการที่คำนึงถึงสุนทรียภาพ (Aesthetic) แต่สามารถสร้างสรรค์ ให้สังคมน่าอยู่มากขึ้นกว่าเดิมได้ด้วยวิธีคิดที่อุทิศหน้าที่ของตนเองเพื่อสังคมให้มากกว่าเดิม

3 thoughts on “บ้านสะเทินน้ำสะเทินบก โดยคนไทย เพื่อคนไทย

  1. เก่งมากๆๆๆค่ะ ชอบความคิดนี้มากๆๆๆค่ะ อยากรู้ละเอียดๆๆจัง

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s